รองช้ำ กับวิธีการดูแลสุขภาพเท้าป้องกันโรครอช้ำจาก

รองช้ำปัญหาสุดคลาสสิค ที่นักวิ่งส่วนใหญ่ต้องพบเจอ

นักวิ่งส่วนใหญ่ มักประสบพบเจอกับปัญหาการเจ็บส้นเท้าบ่อยๆ หรือแทบทุกครั้งในการวิ่ง ซึ่งในรายที่เพิ่งวิ่ง และยังไม่มีประสบการณ์ในด้านการวิ่งอย่างถูกวิธี และยังไม่มีประสบการณ์ในการดูแลรักษาตนเอง ก็มักจะคิดเองเออเองไปว่า อาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการวิ่งเท่านั้น แต่คุณหารู้ไม่ว่า นั่นคือสัญญาณของโรครองช้ำล่ะ!

โรครองช้ำ จะมีอาการอย่างไรบ้าง ?

โรครองช้ำจะมีอาการปวดและกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ระยะแรกอาจเกิดหลังการออกกำลังกาย เดิน หรือยืนนานๆ แต่เมื่ออาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา อาการจะชัดเจนเมื่อลุกขึ้นเดิน 2-3 ก้าวแรกหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า หรือหลังจากนั่งพักขาเป็นเวลานาน โดยจะรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้า เนื่องจากเกิดการกระชากของเอ็นฝ่าเท้าที่อักเสบอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อเดินไประยะหนึ่งเอ็นฝ่าเท้าจะค่อยๆ ยืดหยุ่นขึ้น อาการเจ็บส้นเท้าจึงค่อยๆ ทุเลาลง

ผู้ที่เสี่ยงว่าจะเป็นโรครองช้ำ

-ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากไขมันส้นเท้าจะบางกว่า เอ็นและกล้ามเนื้อของน่องและฝ่าเท้าไม่แข็งแรงเท่า

-นักวิ่ง เนื่องจากเป็นกีฬาที่ใช้เท้าและส้นเท้าเป็นเวลานาน

-คนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ยืนนาน หรือ เดินนาน เป็นต้น

วิธีการดูแลรักษาโรครองช้ำ

ในรายที่เพิ่งมีอาการ หรือมีการเจ็บปวดไม่มาก ก็สามารถดูแลรักษาโรครองช้ำด้วยตนเองได้ แต่ในรายที่เป็นมานาน หรือทนเจ็บจากอาการปวดส้นเท้าไม่ไหวแล้ว ก็ควรที่จะไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ

  • การดูแลรักษาโรครองช้ำด้วยตัวเอง

-เลือกรองเท้าที่เหมาะสม มีเจลรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าเป็นพิเศษ หรือเจาะรูที่พื้นรองเท้าให้เป็นวงกลม เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณที่อักเสบ

-บริหารโดยยึดพังผืดฝ่าเท้าสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น ช่วยลดแรงกระชากบริเวณจุดเกาะที่กระดูกส้นเท้า ส่วนในรายที่พังผืดตึงมากๆ ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนทำการยึดประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้พังผืดอ่อนตัว และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็จะช่วยลดอาการเจ็บขณะบริหารได้

  • การรักษาโรครองช้ำโดยแพทย์

-รักษาได้ด้วยการฉีดสเตียรอยด์ เฉพาะที่เพื่อลดอาการอักเสบ

-การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Therapy) บริเวณที่เจ็บปวดโดยตรงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรักษา ส่วนมากใช้ในกรณีที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาชนิดอื่น

-การผ่าตัด ซึ่งพบได้น้อย โดยแพทย์จะใช้วิธีนี้ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่หาย

อย่างไรก็ตามในรายที่เป็นโรครองช้ำ แต่อยากวิ่งออกกำลังกาย เพราะอยากให้ร่างกายได้ออกกำลังอย่างคงที่ ไม่ใช่วิ่งๆ หยุดๆ ก็สามารถทำได้ค่ะ โดยคุณควรทำตาม Step ของการวิ่งแบบถูกวิธีอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • ก่อนวิ่ง คุณต้องวอร์มอัพและจบการวิ่งต้องคูลดาวน์คลายกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวาย ซึ่งส่วนนี้จะมีผลต่อการเกิดโรครองช้ำมาก
  • เลือกรองเท้าให้เข้ากับรูปฝ่าเท้าตั้งแต่ต้น การเลือกรองเท้าที่คับไปจะไปบีบกล้ามเนื้อ หรือหลวมไปก็จะทำให้มีช่องว่าง ฝ่าเท้าจะเคลื่อนขยับไปมา ต้องเกร็งบังคับฝ่าเท้า หรือทำให้เกิดเท้าพองได้
  • ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป หาจังหวะก้าวย่างของตัวเองให้เจอ ค่อยๆ ฝึกเพิ่มเก็บระยะไปเรื่อยๆ ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสร้างความแข็งแรงตามระดับการฝึกที่สัมพันธ์กัน
  • ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อรักษาระดับน้ำในร่างกายไม่ให้ขาดน้ำ เพราะน้ำจะเป็นสารหล่อลื่นข้อเข่าต่างๆ ช่วยหมุนเวียนระบายความร้อน ซึ่งร่างกายที่มีระดับน้ำดี จะทำให้ประสิทธิภาพในการวิ่งดีขึ้นด้วย

การสวมใส่รองเท้าสำหรับรองช้ำ สามารถแก้ไขปัญหาโรครองช้ำ ได้จริงไหม ?

คำตอบ คือ สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดด้วย เพราะรองเท้าสำหรับรองช้ำมีพื้นรองเท้าด้านในที่นุ่ม ทำให้พยุงอุ้งเท้าได้ดี ร่วมกับพื้นด้านนอกของรองเท้าที่มีการดูดซับแรงกระแทกที่ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีความผิดปกติของรูปเท้ามาก อาจจำเป็นต้องสวมอุปกรณ์พยุงฝ่าเท้า อาทิ อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า (arch support) หรือแผ่นรองเท้าชนิดตัดเฉพาะราย (custom made insole) เป็นต้น และทั้งหมดทั้งมวลนี้ คุณสามารถพบเจอได้ในรองเท้าสำหรับรองช้ำของ Scholl เทคโนโลยี Memory Cushion